translated by ^PUNEOPPA^
 
 
 
*********
 
 

#อ่านแล้วระวังเพลียนะ 

#ที่แปลเรื่องนี้เพราะอู๋ฝานพาฮาจนเพลีย ฮ่าๆๆๆ 

#ลองอ่านดูนะครับ

#ฝากผลงานการแปลเรื่องแรกด้วยครับผม

#ขอบคุณครับ

 

 

 

 

********

 

 

 

อี้ชิงเหลือบมองด้วยความรู้สึกเขินอายขณะที่มีช้อนเงินค้างเติ่งอยู่ระหว่างริมฝีปากอวบอิ่มของเขาเช่นเดียวกับอู๋ฝาน  มุมปากของอี้ชิงเชิดขึ้นตอนที่ทั้งสองสบตากัน ร่างสูงถึงกับนิ่งค้างลมหายใจติดขัด


 

  นี่แค่มื้อเช้านะ นี่ยังเร็วเกินไปที่เขาจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ เป็นเพราะอี้ชิงที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้


 

อี้ชิงพยายามซ่อนยิ้มตอนที่ค่อยๆ นำช้อนออกจากปากหลังจากที่เลียมันจนสะอาดเอี่ยมแล้ว เขาเลียริมฝีปากล่างตนเองไปมา แม้แต่เศษกิมจินิดหนึ่งก็ไม่ให้เหลือ

 

ร่างสูงหายใจเข้า แล้วก็ออก พุธโธ ธัมโม สังโฆ

               

อู๋ฝาน

 

 อู๋ฝานถอนหายใจ เขาถือช้อนค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ เมื่อได้ยินเสียงเรียกเขาเงยหน้าขึ้นก็พบว่าเมมเบอร์อีกห้าคนต่างก็มองมาที่เขา อี้ชิงรู้สึกเห็นใจร่างสูง ขณะที่คนอื่นๆ รู้สึกงงและขบขันคละเคล้ากันไป


 

เขาหลบสายตาทุกคน (โดยเฉพาะสายตาเห็นอกเห็นใจของคนที่นั่งอยู่ตรงกันข้าม) ตักข้าวและไข่ทอดเข้าปากและกินอย่างเอร็ดอร่อย


 

  เขาก็แค่หิวโคตรๆ เท่านั้นเอง


 

  สิ่งที่เขาไม่ชอบก็คือตอนนี้ ณ เวลา 6.45 สมองของเขายังไม่ตื่นตัวพอ เมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้งและพบว่าอี้ชิงกำลังมองเขาอยู่ ร่างบางจ้องตาเขาก่อนจะกินกิมจิเต็มช้อนเข้าไปในปาก ผ่านไปสองจังหวะหัวใจ (ที่อู๋ฝานนับ) อี้ชิงก็ยังไม่ละสายตา ฝ่ายนั้นหลับตา ริมฝีปากสีชมพูสดยิ้มด้วยความสุขใจที่ได้กินของอร่อยๆ อู๋ฝานเห็นภาพเหล่านั้นแบบสโลโมชั่น และก็เป็นอีกครั้งที่เขาแทบลืมหายใจ


อู๋ฝานรีบกินข้าวแล้วยกแก้วน้ำดื่มรวดเดียวหมด ก่อนจะลุกขึ้น


“อะ...อาบน้ำ ใช่ ฉันจะไปอาบน้ำก่อน” นั่นเป็นสิ่งเดียวที่เขาพูดก่อนจะหันหลังเดินแข็งทื่อไปยังห้องของตนเอง ทั้งที่ยังเหลืออาหารอยู่ในชามของเขาอยู่ส่วนหนึ่ง


อี้ชิงพยายาม (อดไม่ไหวที่จะ) กลั้นหัวเราะโดยใช้มือปิดปากเอาไว้


“นั่นมันอะไรกัน” จงแดถามขึ้น ขณะที่ใบหน้าของเมมเบอร์แต่ละคนต่างก็แสดงออกให้เห็นว่าพวกเขาเองก็สงสัยเหมือนกัน


“ไม่ต้องคิดมากหรอก เขาก็แค่......” อี้ชิงยกช้อนขึ้นแตะปาก รอยยิ้มเขินอายไม่เคยจางไปจากใบหน้าของเขา “...ท้อแท้เท่านั้นเอง”


 

 

*


 

 

อู๋ฝานบีบยาสีฟันลงบนแปรงของเขาก่อนที่จะยัดมันเข้าปาก แปรงไปมาราวกับว่าชีวิตทั้งชีวิตของเขาขึ้นอยู่กับมัน


เขาพยายามนึกถึงสคริปส์ในรายการทางโทรทัศน์รายการหน้า นึกถึงตารางานในสัปดาห์นี้ นึกถึงคำที่จะใช้อธิบายให้เมเนเจอร์ฟังว่าโคมไฟในห้องนั่งเล่นนั้นแตกละเอียด นึกถึงอะไรก็ตามที่ไม่มีอี้ชิงเข้ามาเกี่ยวข้อง


เพราะตอนนี้เขารู้ดีว่าทุกอย่างที่เกี่ยวกับอี้ชิงนั้นจะนำไปสู่ความยากลำบากและความเจ็บปวดในภายหลัง


                เขาต้องทนอาบน้ำเย็นตอนเจ็ดโมงเช้า พยายามทำให้เจ้ามังกรน้อยที่เหยียดผงาดอยู่ในกางเกงสงบลง เขาจะไม่เสียเวลาไปคิดถึงแฟนของเขา ลักยิ้ม รอยยิ้มเอียงอาย ลำคอขาวผ่อง ดวงตาที่ปิดสนิททั้งดวงเมื่อเขายิ้ม แล้วก็.....


                อะไรก็ตามที่จะทำให้นึกถึงอี้ชิง


                เขาถ่มยาสีฟันที่อยู่ในปากลงไปในอ่างล้างหน้าอย่างแรงจนกระเซ็นเปื้อนตัว เขากลั้วปากอย่างโกรธจัด บ้วนมันออกด้วยโทสะ กลั้วคอด้วยอารมณ์ ทุกอย่างรุนแรงไปหมด


                ไม่ได้จูบแค่สองวันก็สามารถทำให้อู๋ฝานเป็นไปได้ขนาดนี้


                เขาเช็ดปากด้วยผ้าขนหนู (อย่างรุนแรง) แล้วสูดหายใจลึกเข้าในปอด พยายามที่จะหาอะไรที่ผ่อนคลายเข้ามาในหัวสักวินาทีเพื่อไล่ความคิดที่เต็มไปด้วยกิเลสตัณหาอันตราย


                ต้องใจเย็นๆ ต้องไม่คิดถึงอี้ชิง คิดถึงแต่สิ่งที่ไม่เซ็กซี่ นึกถึงแมวที่ตายแล้ว หน้าอกของเมเนเจอร์ ต้องไม่คิดถึงอี้ชิง....


                เขาเกือบไม่ได้ยินเสียงประตูเปิด


                “อู๋ฝาน ฉันขอยืมแชมพูหน่อยได้ไหม” ก็แค่เสียงที่คล้ายกัน แค่เสียงทุ้มๆ ที่ลอยเข้ามารบกวนการทำสมาธิของเขา


                 เขาลืมตาแล้วมองไปที่ประตู...... ถึงกับสำลักน้ำลายทันทีที่เห็น


                ไม่ง่ายเลยในเมื่อคนที่มีห้าในสิบอย่างของคนที่อู๋ฝานพร่ำเพ้ออยากมีสวาทด้วยมายืนอยู่หน้าประตู ลักยิ้มทั้งสอง แก้มเรื่อสี ผมเป็นลอน น้ำเสียงนุ่ม ลำตัวเปลือยเปล่า และที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ บนร่างกายของฝ่ายนั้นมีเสื้อผ้าอยู่เพียงชิ้นเดียว (ชิ้นที่ถอดออกอย่างง่ายดายหากต้องการจะเห็นยิ่งไปกว่านั้น) ที่อยู่ในตำแหน่งอันแสนอันตราย หลุบต่ำอยู่บนสะโพกของเขา สะโพกที่แสนจะงดงาม กระดูกสะโพกเรียงตัวสวยชัดเจนชวนสัมผัส เส้นขอบสะโพกทั้งสองอันแสนยั่วยวนวาดลึกลงไปยังหว่างขา แล้วก็....


                เขาตบหน้าตัวเองในใจเพื่อหยุดนักเขียนแห่งกามารมณ์ในใจของเขาจากการพยายามเขียนเรื่องเซ็กซ์ ในใจเขาทะมึนมืดยิ่งกว่าสีเทาห้าสิบเฉดซะอีก


                เขาต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะกลับมาพูดได้


                “ให้ตายเหอะ รู้ตัวไหมว่านายกำลังทำบ้าอะไรอยู่” เขาหลี่ตาพินิจอี้ชิงอย่างไม่พอใจ ให้แน่ใจว่าเขามองแต่หน้าอันอ่อนเยาว์ และไม่มองต่ำลงไปกว่าคอนั่น ต่ำกว่านั้นก็แสนจะอันตรายและกระตุ้นอารมณ์ทางเพศสุดๆ


                “เอ่อ...อะไรเหรอ” อี้ชิงเกาหัวด้วยท่าทางน่ารัก (ตอนที่ยกแขนขึ้นนั้น อู๋ฝานมองด้วยดวงตาเยิ้มฉ่ำ แขนสวยได้รูป) พร้อมกับฉายยิ้มงงๆ


                โอ้ เขาดูดีจริงๆ


                “นี่เป็นการฝ่าฝืนกฎอย่างรุนแรง จาง อี้ชิง” อู๋ฝานพูดด้วยน้ำเสียงโมโห เรียกชื่อเต็มของแฟนหนุ่มเพื่อขู่ให้เขากลัว ยกแขนขึ้นกอดอกและแสดงสีหน้าให้เห็นว่า ฉันรู้นะว่านายพยายามจะทำอะไร ไม่ได้ผลหรอก นายปีศาจยั่วสวาท


                อี้ชิงกระพริบตาสามครั้ง (อู๋ฝานนับ) ก่อนจะเอียงหัวไปข้างๆ ทำหน้าตาสงสัยเหมือนเด็กไร้เดียงสา “กฎ...กฎอะไร”


                ร่างสูงกลอกตา อี้ชิงกัดปากกลั้นหัวเราะ


                “ก็กฎของเกมส์บ้าๆ ที่นายเป็นคนตั้งขึ้นมาเมื่อสองวันก่อนไง ให้ตายเหอะ รีบไปหาเสื้อหรืออะไรมาใส่ซะ ฉันไม่อยากทำอะไรนายตรงนี้ แล้วต้องมาเสียเงินร้อยเหรียญให้นายทีหลังอีก” คริสสั่ง จับอี้ชิงให้หันกลับ ดันให้ออกไปจากพื้นที่ส่วนตัว (และสายตา) ของเขา


                “เลิกทำตัวรังเกียจฉันสักทีเถอะ” เขาได้ยินอี้ชิงพูดอยู่หลังประตู แล้วก็หัวเราะ อู๋ฝานได้ยินก็ยิ่งฉุน


                ไม่กี่นาทีอี้ชิงก็มาปรากฎกายอยู่หน้าประตูห้องน้ำอีกครั้ง อกบางน่าดูชมกับลำตัวเปลือยเปล่าบัดนี้หายไปจากสายตาของอู๋ฝานด้วยเสื้อตัวเก่า


                “ฉันไม่เห็นว่ามันจะเกี่ยวกับเกมส์ตรงไหน ดูนี่...พอใจยัง” อี้ชิงฉีกยิ้มให้ร่างสูงก่อนจะยกคอเสื้อขึ้นมาแตะจมูกแล้วสูดหายใจเข้า


                อู๋ฝานยิ้มก่อนที่เขาจะตระหนักได้ว่าอี้ชิงกำลังสวมและดมกลิ่นเสื้อของเขาอยู่


                เสื้อตัวเก่าที่อู๋ฝานชอบ


                เสื้อที่ใหญ่กว่าร่างบางของอี้ชิงอย่างน้อยสี่เบอร์ เสื้อตัวที่เขาชอบใส่นอน เสื้อที่มีกลิ่นของเขาติดอยู่ แล้วก็ยังเป็นเสื้อที่ทำให้อี้ชิงมีกลิ่นเหมือนเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เสื้อตัวที่กำลังโอบกอดท่อนกายแสนงาม หน้าอกและลำตัวอันแสนยวนใจ ลากสัมผัสในส่วนที่อู๋ฝานไม่ได้แตะต้องมาเป็นวันๆ เหมือนมันกำลังเยาะเย้ยเขาว่าแม้แต่เสื้อตัวเก่าของเขาก็สามารถแตะเนื้อต้องตัวแฟนของเขาได้เหมือนที่เขาทำเมื่อ 54 ชั่วโมงก่อน


                เขาไม่รู้ว่าทำไม แต่ตอนนี้เขารู้สึกอิจฉาเสื้อตัวนั้นสุดๆ อยากจะกระชากมันออกไปให้พ้นๆ แล้วรั้งแผ่นหลังอีกฝ่ายแนบชิดกระเบื้องผนังห้องน้ำ จัดการสร้างฉากรักดุดันโลมเลียยอดอกสีสวย (ที่กำลังซ่อนอยู่ในเสื้อ)


                 ความในใจที่ต่อเชื่อมกับจินตนาการไม่แสดงออกใดๆ ทางสีหน้า ตั้งแต่ที่จิตใจก่นด่าตัวเองว่าอย่าไปหลงกล


                เขาเดินไปยังพื้นที่สำหรับอาบน้ำแล้วหยิบขวดแชมพูก่อนที่จะยัดใส่มือของอี้ชิง


                “อ่ะ เอาไปซะ” เขาพึมพำ และได้รับรอยยิ้มสดใสเป็นคำตอบแทน นั่นทำให้รู้สึกราวกับมีฝูงผีเสื้อนับหมื่นพันอยู่ในท้อง หัวใจของเขาเต้นกระหน่ำสุดๆ


                “ขอบใจนะที่รัก รักนายสุดๆ” อี้ชิงพูดแล้วสาดยิ้มสดใสมาอีกรอบ นั่นทำให้อู๋ฝานแทบกระอัก ร้องขอให้เขาหยุดทำแบบนั้นก่อนที่ฉันจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ ก่อนที่ฉันจะเบียดนายติดกำแพงห้องน้ำ ได้โปรดเถอะที่รัก หยุดก่อนที่ฉันจะพานายไปที่ห้องนอน


                เขาขว้างผ้าขนหนูใส่กระจกอย่างรุนแรงด้วยโทสะ ก่อนจะถอดเสื้อยืดออกแล้วเดินตรงไปยังฝักบัว น้ำเย็นยิ่งกระตุ้นให้รู้สึกโกรธและดุร้าย ต้องพยายามอยู่หลายครั้งกว่าจะหาทางเพื่อชำระล้างจิตใจจากความคิดสกปรกทั้งหลายแหล่รวมทั้งจาง อี้ชิงได้


                บ้าเอ้ย


*


อู๋ฝานมานั่งข้างอี้ชิงในฉากการสัมภาษณ์รายการโทรทัศน์หลังจากแต่งหน้าทำผมเสร็จเรียบร้อย


                มีเวลาสิบนาทีก่อนที่การบันทึกภาพจะเริ่มขึ้น เมมเบอร์ทุกคนรวมทั้งอี้ชิงต่างก็ท่องสคริปกันจนถึงวินาทีสุดท้าย ท่องจำและฝึกพูดไปด้วย การบันทึกเทปทุกคนมักจะเครียดแบบนี้เสมอ แม้ว่าพวกเขาจะเพิ่งเดบิวท์ได้ไม่นานแต่ก็มีรายการสัมภาษณ์ทางทีวีไม่ต่ำกว่าสิบรายการในสามประเทศแล้ว


                อี้ชิงดูผ่อนคลาย ทำตัวเหมือนอยู่บ้านแล้วยิ้มกว้างให้อู๋ฝานตอนที่ร่างสูงนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ เขา


                อู๋ฝานมองปอยผมสีน้ำตาลสุดเจิดของอี้ชิงด้วยสายตาชื่นชมที่นานมากๆ  ไฮไลท์บนโหนกแก้มเนียนสวยไร้ที่ติ ใบหูที่สวยได้รูป ปากสีชาดฉ่ำทำให้นึกถึงตอนที่ริมฝีปากทั้งสองขยับไปมาตอนที่ร้องเพลงหรือแม้แต่ตอนที่ปากคู่นั้นกำลังโอบกอดลูกชายของเขา ดูดเค้นแน่นหนึบราวกับจะสูดกลืนวิญญาณของเขาออกไป.....


                ไม่!! อู๋ฝาน เรื่องลามกพรรค์นั้น ไม่ ไม่ เราจะไม่คิดแบบนั้นอีก ไม่ ไม่เด็ดขาด


                เขาหลี่ตาแปรเปลี่ยนเป็นสายตาใสซื่อก่อนจะหันไปมองกล้องที่ซูมเข้ามาใกล้เพื่อทดสอบการถ่ายทำ


                “พอได้แล้ว” เขาพึมพำเบาๆ แต่ก็ดังพอที่อี้ชิงจะได้ยิน


                “พออะไรเหรอ” อี้ชิงเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ร่างสูงนึดนึง ไม่ยากเลยที่จะเข้าใกล้และรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวของอู๋ฝาน ว่าแต่....เขาเคยออกจากพื้นที่ของอู๋ฝานด้วยเหรอ


                ร่างสูงชำเลืองมอง แต่โชคร้ายที่สายตาเจ้ากรรมกลับมองไปเห็นต้นขาในกางเกงพอดีตัวของอี้ชิง ทั้งสองข้างเล็กได้รูป ต้นขาที่โอบกอดสะโพกของกันและกันแน่นหนึบตอนที่อู๋ฝานเบียดแท่งร้อนเข้าไปในตัวเขามิดด้าม ขาทั้งสองห่างจากอู๋ฝานเพียงไม่กี่เซนติเมตร และขาคู่นั้นก็คงจะเสียดสีแนบชิดกับขาของเขาหากไม่มีกล้องอยู่ตรงหน้า


                “เลิกยิ้มแบบนั้นสักทีเถอะ” อู๋ฝานตอกกลับ แล้วมองด้วยหางตา


                ก็ยังไม่หยุดยิ้มอีกนะ


                “ยิ้มของฉันมันทำไมเหรอ” อี้ชิงเคลื่อนเข้ามาช้าๆ จนในที่สุดก็เข้ามาใกล้อู๋ฝานสุดๆ


                ถ้าร่างสูงไม่ได้เตรียมสติรับมือกับเรื่องที่จะเกิดขึ้นอย่างตั้งใจหรือไม่ตั้งใจไว้แบบนี้ อี้ชิงก็คงจะดูน่ารักอยู่ตลอดเวลา


                เขาหยุดกลอกตาไปมาจากความฉุนเฉียวเพราะกล้องและแฟนๆ อีกหลายล้านคนที่คิดว่าเขาเป็นคนหลงมั่นใจในตัวเองที่เกิดมาพร้อมกับใบหน้าเฉยเมยราวหินสลัก


                “นายยิ้มเหมือนกับว่าตัวเองจะชนะ แต่มันไม่มีทางเกิดขึ้นหรอก” เขาพึมพำ แล้วฉายยิ้มให้กล้องทันทีที่สต๊าฟโบกมือให้เขามองกล้อง


                “ไม่ว่านายจะพูดอะไร” อี้ชิงพูดพลางลูบต้นขาอู๋ฝานสี่ครั้ง (อู๋ฝานนับอีก เพราะครั้งแรกคือเหมือนถูกปลดปล่อยด้วยการสัมผัสของร่างบาง อีกครั้งทำให้นึกถึงผิวหนังที่สัมผัสกันราวกับสิ่งมีค่าและสิ่งที่ทำให้ชีวิตดำเนินต่อไปได้) ไม่ต้องมองก็รู้ว่าอี้ชิงยังยิ้มยั่วโมโหอยู่เหมือนเดิม


                ผิวหนังหน้าขาร้อนรุ่ม ไม่สิ มันกำลังหลอมละลาย ตรงที่ๆ อี้ชิงสัมผัส


                รอยยิ้มยังฉายชัดอยู่บนใบหน้าเขาจนกล้องเคลื่อนไปทางขวาเพื่อจับภาพลู่หานและซิวหมิน เขาใช้โอกาสนี้หันไปจ้องอี้ชิงด้วยสายตาโกรธเคือง (สายตาที่แทบไม่มีผลอะไรเมื่อได้เห็นรอยยิ้มและลักยิ้มน่ารักๆ ของอี้ชิง)


                 “ส่วนไหนของคำว่า ‘ห้ามแตะ’ ที่นายไม่เข้าใจ” อู๋ฝานพูดในลำคอแล้วขยับออกห่างอี้ชิงเล็กน้อยเพื่อแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าร่างกายนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับนายและมือสวยสุดเซ็กซี่นั่นด้วย เข้าใจชัดหรือยัง


                 “เราตกลงกันเรื่องเซ็กซ์ เรื่องการสัมผัสเล้าโลม ไม่ได้ห้ามให้แตะขานี่ที่รัก” อี้ชิงพูดด้วยท่าทางงอนๆ ก่อนจะลูบต้นขาเขาเบาๆ อีกครั้ง และอีกครั้ง


                คราวนี้อี้ชิงไม่ได้เอามือออกไปหลังจากที่ลูบต้นขาเขาสี่ครั้ง


                อู๋ฝานรู้สึกเหมือนเขากำลังถูกเผาเป็นจุลจากความไม่พอใจในเรื่องเซ็กซ์อันไม่น่าอภิรมณ์และต้องการมันแม้เพียงน้อยนิด มือบอบบางยกขึ้นเล็กน้อยและฝ่ามือนั้นเหมือนจะสัมผัสผ่านชั้นกางเกงไปยังผิวกายของเขา


                อู๋ฝานแสร้งยิ้ม รอยยิ้มนั้นดูโหดเหี้ยมและชั่วร้าย


                “ห้ามแตะก็คือห้ามแตะ เอามือของนายออกไปซะ!!” เขากระซิบด้วยน้ำเสียงและรอยยิ้มน่ากลัว


                อี้ชิงขยับเข้ามาอีก หายใจแผ่วเบารินลดใบหูของร่างสูง สันหลังถึงกับสั่นสะท้าน เลือดเลี้ยงสมองไหลลงไปยังโคนขาหนีบทันควัน


                “กินฉันสิ” เขากระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและยวนยั่ว อู๋ฝานหันไปมอง รอยยิ้มใสซื่อฉายชัดบนใบหน้าอีกครั้งราวกับว่าอี้ชิงไม่ได้ยั่วยวนแฟนหนุ่มผู้โหยหาเซ็กซ์ด้วยการกระซิบกระซาบ เพื่อหยอกยั่วให้ร่างสูงลงโทษร่างบางด้วยการจับปู้ยี่ปู้ยำในห้องแต่งตัวที่อยู่ใกล้ที่สุด (เขารู้ว่าอี้ชิงต้องการอะไร อยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ)


                เป็นไปไม่ได้ที่อู๋ฝานจะเข้าใจผิดว่าทุกอย่างที่อี้ชิงทำนั้นไม่ได้หมายถึงเรื่องอย่างว่า เพราะคงไม่มีใครกระซิบด้วยน้ำเสียงกระเส่าแบบนั้น แล้วยังทำให้เจ้ามังกรน้อยของอู๋ฝานเหยียดผงาดอยู่ใต้บ๊อกเซอร์ได้ด้วยเวลาแค่ไม่กี่วินาทีหรอก แล้วก็ยังตีหน้าใสซื่อแบบนั้นอีก คงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากเรื่องอย่างว่าจริงไหม จริง


                เขาเป็นคนเดียวที่ขยับเข้าไปใกล้อี้ชิง กระซิบใกล้ๆ หูด้วยเสียงบาริโทนทุ้มต่ำแกล้งร่างบางคืนบ้าง


                “ฉันทำแน่ ถ้าการพนันบ้าๆ นี้จบลงเมื่อไหร่ และ นายแพ้ฉัน ฉันจะกระหน่ำช่องทางสวาทของนายจนนายเห็นทางช้างเผือกวิบวับอยู่ในหัว จะรุกล้ำรุนแรงไม่มีหยุดจนนายเดินไปทำงานไม่ได้เป็นอาทิตย์เลยล่ะ......” เขากระซิบและหยุดไปเมื่อผู้กำกับบอกว่าเหลือเวลาอีกแค่สองนาทีก่อนการบันทึกเทปจริง


                ในเวลาเดียวกันนั้นอี้ชิงยกมือป้องปากปกปิดเสียงหัวเราะ ลักยิ้มแจ่มชัดยิ่งกว่าคราวไหนๆ สีหน้าดูไม่ตื่นเต้นไปกว่าความพอใจและความตื่นเต้นดั่งที่คาดเอาไว้แล้ว


                และในขณะเดียวกันอู๋ฝานก็ตระหนักได้ว่ากางเกงชั้นในเริ่มคับแน่นรู้สึกไม่สบายจนเกือบเจ็บ ส่วนที่เหยียดนูนขึ้นมานั้นเด่นชัดยิ่งขึ้นแม้จะมีชายเสื้อบังอยู่


                ตอนนั้นอู๋ฝานรู้ว่าตัวเองกลายเป็นตัวตลกที่เริ่มลามกหยาบคายเริ่มจากการกระซิบกับอี้ชิง, ตอบสคริป, รายการ, แฟนๆ, กล้อง, และกับทุกสิ่งอย่างบนโลกใบนี้ที่ได้รับผลกระทบจากความคิดของเขากับภาพในหัวที่แสนจะโป๊เปลือย อี้ชิงที่หอบเหนื่อยกับหว่างขาที่แยกออก แก้มขึ้นสีชมพูอ่อน ผมปรกหน้าผาก นิ้วที่ใช้เล่นเปียโนอันแสนบอบบางกำผ้าปูที่นอนแน่นตอนที่อู๋ฝานบดเบียดร่างกายแทรกลึกผ่านเข้าไปในตัวเขาซ้ำไปซ้ำมา


                “รอแทบไม่ไหวเลยล่ะ” นั่นคือคำที่อี้ชิงกระซิบตอบกลับมาด้วยความตื่นเต้นก่อนที่จะจัดเสื้อผ้าและจัดแจงท่านั่งให้เหมาะสม นั่งหลังตรงและแสดงออกอย่างเป็นธรรมชาติ ดูดีเหมือนเด็กนักเรียนใจกว้าง ราวกับว่าไม่เคยผ่านเรื่องใต้เข็มขัดมาก่อน


                อู๋ฝานนั่งไขว่ห้างตลอดการถ่ายทำ รอยยิ้มบนหน้าเขาทั้งประหลาดและจอมปลอม เขารู้สึกเหมือนร่างกายของตัวเองกำลังถูกเผาไหม้อยู่ในนรก


                (หรืออาจจะแค่เจ้าลูกชาย เขาเองก็ไม่แน่ใจ)



*

 


ในคืนนั้นอู๋ฝานนั่งอยู่บนผืนพรมในห้องนั่งเล่นท่ามกลางเหล่าเมมเบอร์ทั้งห้า นั่งกอดอกและแสดงออกทางสีหน้าอย่างชัดเจนว่าเขาอยากมีพลังหายตัวไปที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ที่นี่ตอนนี้ เพราะ (หนึ่ง) พวกนั้นกำลังตกลงกันว่าจะเล่นเกมส์ทรูออแดร์ (Truth or Dare : จริงหรือกล้า) (สอง) พวกเขาจะหมุนขวดและ (สาม) ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าสองเกมส์นี้เกิดขึ้นจากความอยากและถูกสร้างขึ้นมาเพื่อยั่วโมโหอย่างแนบเนียน ดึงดูดฮอร์โมนของเหล่าวัยรุ่นด้วยเรื่องความน่าสนใจก่อนการเล่นและเรื่องเซ็กซ์


                และอู๋ฝานผู้ที่อดใจจากอี้ชิงมากว่า 82 ชั่วโมง 46 นาที 14 วินาที (อู๋ฝานนับ โอเคนะ) ยังไม่พร้อมที่จะพูดถึงเรื่องเซ็กซ์ที่อดอยากมานาน


                ทุกคนรวมอยู่ด้วยกันในคืนนี้และดูตื่นเต้นกับเกมส์นี้มากๆ อี้ชิงถึงกับแตะนิ้วไปมาบนพื้นราวกับว่าเขาเล่นเปียโนอยู่ตอนที่กำลังรอลู่หานไปเตรียมอุปกรณ์


                “ทำไมเราต้องมานั่งเล่นเกมส์หมุนขวดกันตอนห้าทุ่มอีกล่ะ” จงแดถาม แล้วก็หาวออกมาพลางยกหลังมือขึ้นขยี้ตา


                “เป็นการสร้างสัมพันธ์ในกลุ่มไง ครั้งนี้ลู่หานเป็นคนเลือกเกมส์” จือเทาตอบแล้วขยับยุกยิกไปมาดูตื่นเต้นกับเกมส์นี้ที่สุด ยกเว้นลู่หานคนหนึ่งแน่นอนล่ะ


                ไม่นานลู่หานก็มาพร้อมกับขวดโซดาเปล่าในมือ เขานั่งลงตรงกลางระหว่างจงแดกับมินซอกแฟนหนุ่มของเขา ยิ้มทะเล้นพลางถือขวดไปมาแล้วบอกว่า “เพราะวันนี้ฉันเป็นคนเลือกเกมส์ งั้นให้ฉันเริ่มก่อนนะ”


                ทุกคนเห็นด้วย (โดยเฉพาะอู๋ฝานที่มองอย่างเบื่อหน่ายและบ่นว่า เล่นๆ ให้มันจบๆ ไปซะทีเถอะ) ลู่หานวางขวดลงตรงกลางวงกลมที่พวกเขานั่งอยู่แล้วเริ่มหมุน


                “โอเค เริ่มล่ะนะ” ลู่หานดูร่าเริงสุดๆ และในที่สุดขวดก็หยุดนิ่ง ปากขวดชี้ไปทางขวาของลู่หาน “มินซอกกี้!!” เขาร้องเสียงแหลมแล้วยกมือขึ้นโอบคอซิวหมินล๊อคไม่ให้เขาขยับไปไห


                “เดี๋ยวนะ มันจะแฟร์เหรอถ้านายเป็นคนสั่ง ในเมื่อนายยอมเขาได้ง่ายๆ มันจะไปตื่นเต้นอะไรกันล่ะ” จือเทาท้วง ทำเอาลู่หานทำปากยื่นและประท้วงเสียงดัง มินซอกหัวเราะและบอกว่าจือเทาพูดถูก จากนั้นก็จุ๊บแก้มลู่หานทีหนึ่งเพื่อให้เขาสงบลง สุดท้ายลู่หานก็ยอมให้จือเทาเป็นคนสั่ง


                อู๋ฝานกลอกตาไปมาเมื่อมองไปยังภาพที่น่าเบื่อระหว่างสองเมมเบอร์ที่อายุมากที่สุดในวง (แต่เหตุผลที่แท้จริงคืออิจฉาสองคนนั้นที่กำลังทำท่าท่างเหมือนกำลังปลุกปล้ำกันไปมาอยู่ตรงหน้าต่างหาก เขาไม่สามารถทำแบบนั้นได้โดยไม่มีความรู้สึกที่อยากจะสัมผัสอีกฝ่ายให้ทั่วทั้งตัวและจับกดซะตรงนี้เลย)


                “เอ่อ.......เลือกจริงล่ะกัน” ซิวหมินตอบทันทีที่หยุดคิดไปพักหนึ่ง จือเทายิ้มเยาะด้วยท่าทางเริงร่า


                “ลู่หานเคยตีก้นนายและบอกให้นายเรียกเขาว่าปะป๊าใช่ไหม” จือเทาถามโดยไม่สนว่ามินซอกมีอายุมากกว่าเขาก่อนจะหันไปแท็กมือสะใจกับจงแดที่หัวเราะตัวโยน ลู่หานสำลักขณะที่มินซอกถึงกับหน้าแดงไปถึงใบหู


                อี้ชิงกับอู๋ฝานสบตากันครั้งหนึ่ง เขาทั้งสองเคยตกเป็นเหยื่อของลู่หานกับมินซอกมาแล้ว ทั้งสองพากันหัวเราะสะใจซะลั่น


                “คำถามบ้า.....” มินซอกครวญครางตอนที่จือเทายักคิ้วบอกให้เขาตอบ ลองโกหกดูสิ “ก็ได้ ใช่ ให้ตายเหอะ เคยอยู่หนหนึ่ง” เขาตอบก่อนจะซุกหน้าเข้าที่ซอกคอของลู่หาน


                จือเถาพยายามจะคว้าเอาขวดศักดิ์ (ที่ทุกคนต่างก็รู้แล้วว่าเรื่องน่าอายบรรจุอยู่เต็มขวดสีเขียวใสนั่น) แต่มินซอกแย่งมันไปแลบลิ้นปลิ้นตาแล้วบอกว่า “ตาฉัน”


                เขาหมุนขวด ทุกคนพากันกลั้นหายใจอยู่อึดใจหนึ่ง และต่างก็พากันพ่นลมออกทางปากเมื่อปากขวดไม่ได้ชี้ไปที่ตน


                “และเหยื่อรายต่อไปก็คือ......” มินซอกพูด อี้ชิงทำเสียงรัวกลองเป็นเกียรติแก่ผู้โชคดีขณะที่ขวดกำลังหมุนช้าลงเรื่อยๆ และหยุดอยู่ที่ “........อู๋ฝาน!”


                 “จริง” อู๋ฝานเลือก เขามองมินซอกอย่างท้าทายให้ฝ่ายนั้นคิดหาคำถามที่จะทำให้ร่างสูงอับอายสุดๆ


                “เลือกอันนี้ไม่แน่จริงนี่นา โถๆ พ่อตุ้ยจ่างสุดหล่อ” ลู่หานพูดด้วยดวงตากวนๆ เป็นประกาย


                อู๋ฝานตวัดมองร่างเล็ก ไม่น่ารักเอาซะเลย


                “พวกนายคงไม่ได้อยากจะสั่งให้ฉันถอดบ๊อกเซอร์ออกแล้วเต้นโนบอดี้แบบกึ่งเปลือย แล้วก็ถ่ายรูปไว้แบล๊คเมล์หรอกนะ” เขาบ่น ทำเอาเมมเบอร์ที่อายุน้อยสามคนฮาลั่นถึงกับต้องพยุงกันไม่ให้ล้มลงไป


                “โธ่ นิดหน่อยน่า” มินซอกพูดแล้วทำปากยื่นก่อนที่ลู่หานจะหันมาซุบซิบอะไรบางอย่าง “โอเค ถ้างั้น ครั้งแรกกับอี้ชิงเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ที่ไหน และท่าไหนที่นายทำ” มินซอกพูดแล้วแอบหันไปยิ้มอย่างรู้กันกับอี้ชิง


                เขาดูเฉยๆ เพราะคำถามเหล่านั้นทั้งน่อมแน้มและไม่เห็นจะน่าอายอย่างที่เขาคิดไว้ แล้วเขาก็นึกอะไรขึ้นได้บางอย่าง “นั่นมันตั้งสามคำถามเลยนะ”


                “ตอบมาเถอะน่า” มินซอกบอก แล้วปาหมอนใส่ร่างสูงที่ยกมือป้องกันได้ทันและปากลับใส่หน้าคนที่อายุมากกว่า


                “ก็ได้” เขาพูดเบาๆ จริงๆ แล้วเขาไม่ค่อยอยากจะเล่าเรื่องเซ็กซ์ของเขากับอี้ชิงให้ใครฟังนักหรอก แม้ว่าจะสนิทกันถึงขั้นพี่ชายน้องชายก็เถอะ (เขากับอี้ชิงเป็นคู่รักที่ไม่ค่อยแสดงออกอะไรมากหากเทียบกับอีกสองคู่รักใน EXO-M) เขารับยิ้มบางจากอี้ชิงก่อนจะเล่าออกมา


                “เฮ้ออ มันเกิดขึ้นในปี 2009 ฉันไม่บอกพวกนายหรอกนะว่าวันไหน เดี๋ยวพวกนายจะฟื้นฝอยหาตะเข็บอีก ที่อพาร์ตเมนต์ของฉัน จำได้ว่าเรา.......” เขาหยุด ทำท่ากระแอมกระไอและหลบเลี่ยงสายตาที่กำลังจ้องมองเขาอยู่ “.....เรายืนมีอะไรกันแนบผนังห้อง”


                แน่นอนว่าเขายังนึกถึงภาพนั้นซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในหัว นึกถึงชั่วโมงนั้นที่เขานอนไม่หลับอยู่บนเตียง จำได้ทุกรายละเอียดปลีกย่อย ผมสีดำยาวของอี้ชิง (ในตอนนั้น) ทิ้งตัวปรกหน้าผาก มือบางงุ่มง่ามดูไร้ประสบการณ์ ครั้งแรกที่อี้ชิงครางชื่อเขาออกมา ครั้งแรกที่รู้สึกถึงร่างกายอันร้อนระอุที่ตอดรัดอยู่รอบกาย กอดกันแน่นจนชื้นเหงื่อ ความร้อนแรงแผดเผาทุกอย่างอย่างเพลินอุรา......


                นี่เรากำลังพูดถึงเรื่องลามกอะไรกันอยู่ พอ หยุด


                “แอร๊ยยย ที่นั่นมีเตียงแต่พวกนายทำกันตรงกำแพงงั้นเหรอ” คำพูดของมินซอกดึงคริสออกจากภวังค์ ทุกคนพากันมองเขากับอี้ชิงที่หน้าขึ้นสีไม่วางตา


                “ตอนนั้นเตียงมันดูไกลเกินไปน่ะ” เขาแสร้งทำเป็นไอก่อนจะคว้าขวดมา “ตาฉันแล้วสินะ”


                รอยยิ้มของอู๋ฝานทำเอาทุกคนรู้สึกเครียดขึ้นมาทันที เขาเริ่มหมุนขวด ครั้งนี้มันชี้ไปที่ลู่หานที่ดูท่าจะตกใจและดูจะรอคอยอยู่


                “กล้า” ลู่หานพูดออกไปก่อนที่อู๋ฝานจะถาม รอยยิ้มของร่างสูงฉีกกว้างและดูสยองสุดๆ


                “ฉันท้าให้นายส่งข้อความไปหาพี่ซึงฮวาน ถามเขาว่ามีถุงยางไซส์ใหญ่ไหมเพราะนายจะขอยืมหน่อย อ้อ แล้วก็บอกเขาด้วยนะว่าพรุ่งนี้นายจะซื้อไปคืน” อู๋ฝานหัวเราะเต็มสตรีม


                ลู่หานกับเมมเบอร์คนอื่นๆ อ้าปากค้าง มินซอกดูท่าจะสยองมากกว่าลู่หานเสียอีก


                “นายมันปีศาจ” ลู่หานบ่น มองจิกอู๋ฝานก่อนที่จะเดินไปหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะและเริ่มพิมพ์ข้อความ


                คิ้วหนาของร่างสูงถึงกับยกขึ้นด้วยความไม่น่าเชื่อว่าลู่หานจะกล้าทำตามคำสั่งของเขา ร่างเล็กแลบลิ้นใส่เขา ทำเอาอู๋ฝานถึงกับยิ้มเยาะออกมา


                อู๋ฝานสั่งให้เขาโชว์ข้อความให้ทุกคนดูก่อนกดส่ง

 

                “เดี๋ยว นายไม่ได้พิมพ์ไซส์นี่นา บอกไปเลยว่าไซส์ใหญ่สุด” อู๋ฝานสั่ง ทำเอาจือเถา จงแด และอี้ชิงหัวเราะลั่น ส่วนมินซอกก็ทำได้แค่ลูบหลังปลอบใจลู่หาน


                “ถ้าเขาฆ่าฉัน ห้ามนายมาเสนอหน้าในงานศพฉันเด็ดขาด” เขาขู่อู๋ฝานก่อนจะกดส่ง และโยนโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะอย่างหัวเสีย เขาโกรธไม่พูดไม่จาอยู่สักพักก่อนจะคว้าขวดแล้วส่งยิ้มชั่วร้ายให้ทุกคน


                “ได้เวลาเอาคืนแล้ว” เขาพูดก่อนจะหมุนขวด เมมเบอร์ทั้งห้าต่างพากันกลั้นหายใจอีกครั้ง “และผู้โชคร้ายก็คือ....อี้ชิง!” ลู่หานส่งเสียงดังเว่อมากๆ ก่อนจะส่งยิ้มกว้างให้เพื่อนสนิทสุดที่รัก


                คิ้วหนาของอู๋ฝานยกขึ้นด้วยความคาดหวังระคนตกใจ หวังในใจว่าคนที่ถูกเลือกให้เล่นกับอี้ชิงจะเป็นเขาไม่ใช่มินซอก เรื่องอะไรนะที่ลู่หานจะท้าให้อี้ชิงทำ....


                “กล้า” อี้ชิงตอบอย่างรวดเร็ว คำตอบของเขาไม่ทำให้อู๋ฝานตกใจสักนิด


                “ซิงๆ ฉันรู้ว่านายต้องเลือกอันนี้ มันต้องเป็นอะไรที่สนุกสนานมากแน่ๆ” ลู่หานแสดงความกระตือรือร้นออกมาเต็มที่พร้อมกับถูมือไปมาด้วยความชอบใจ เหมือนตัวร้ายในหนังที่กำลังวางแผนครอบครองโลก อู๋ฝานยกคิ้วขึ้นอีกครั้งตอนที่ลู่หานส่งยิ้มมาให้


                “ซิง ฉันท้าให้นายจูบกับ........” ลู่หานมองไปยังห้องต่างๆ เพื่อเลือกเหยื่อรายต่อไป


                อู๋ฝานถึงกับสำลัก เขารู้ว่าลู่หานแก้แค้นเขา แต่นึกไม่ถึงว่าจะใช้อี้ชิง


                “เลือกแฟนอย่างฉันสิ” ร่างสูงชี้เข้าหาตัวเอง


                “ฝันไปเถอะ นายน่าจะรู้ดีกว่าที่ทำให้ฉันมีปัญหากับพี่เมเนเจอร์นะ” ลู่หานตอบ จ้องมองไปยังอู๋ฝานก่อนจะเหลียวมองไปทางขวาของร่างสูง “ฉันเลือก....จงแด!”


                “เดี๋ยว.. ว่าไงนะ.. แต่ว่า........” อู๋ฝานมองไปที่อี้ชิง ลู่หาน แล้วก็จงแด นั่นทำเขาถึงกับสำลัก หมดหนทางต่อกรกับการแก้แค้นที่คาดไม่ถึง


                “ไม่เป็นไรหรอก แค่จงแดเอง” อี้ชิงพูดพลางยักไหล่ ก่อนจะหันไปหาจงแดที่นั่งอยู่อีกด้านของอู๋ฝาน นั่งลงบนตักเขาแล้วอิงแอบแนบชิด


                เสียงประท้วงมาจากปากของอู๋ฝาน เสียงเหมือนช้างที่กำลังจะขาดใจตาย


                จือเทาแสดงออกยิ่งกว่าอู๋ฝาน เขายกมือขึ้นเรียกความสนใจจากอี้ชิง


                “พี่..เดี๋ยวก่อน ก่อนที่พี่จะจูบเขา ผมอยากจะบอกว่าริมฝีปากนั่นน่ะแม้จะทำให้พี่ถึงเพลิดเพลินแค่ไหน แต่รู้ไว้นะ ว่านั่นน่ะของผม เขาเป็นของผม ชัดเจนนะ” จือเทาพูดด้วยอาการฉุนเฉียว ดวงตาหลี่มองอี้ชิง ร่างบางพยักหน้ารับคำแล้วหัวเราะเบาๆ ขณะที่จงแดยิ้มและส่งจุ๊บบนริมฝีปากเจ้าเด็กน้อยจื่อเทา


                หลังจากที่อู๋ฝานยอมและไม่ส่งเสียงอะไรแปลกๆ ออกมาอีก อี้ชิงเอื้อมมือไปประสานที่หลังคอของจงแดและดึงเขาเข้ามาใกล้จนริมฝีปากสัมผัสกัน


                บทจูบเริ่มต้นอย่างแผ่วเบา จูบซับเพียงแค่ริมฝีปาก จนลู่หานสั่งออกมาว่าให้ใช้ลิ้นด้วย ทั้งสองก็ทำตามอย่างว่าง่าย อี้ชิงกวาดลิ้นเข้าไปในช่องปากของจงแด ดูดกลืนรูปปากอย่างตั้งใจ


                ทุกสิ่งเกิดขึ้นอยู่ข้างๆ อู๋ฝาน ใกล้ๆ เขา ใกล้ที่ว่าน่ะคือต้นขาของอี้ชิงสัมผัสกับขาเขาอยู่ และมือของจงแดก็ลูบไล้ไปมาอยู่บนหลังของอี้ชิง อู๋ฝานถึงกับได้กลิ่นโคโลญจ์กับเพลิงกามของอี้ชิงและจงแด


                “ให้ตายเถอะ” อู๋ฝานสบถแล้วตามด้วยคำด่าหยาบคายอีกเป็นชุดเพราะจงแดส่งเสียงครางและจับต้นขาของอู๋ฝานเพื่อใช้เป็นที่ยึดเหนี่ยว ร่างสูงรู้ดีว่าทำไม เพราะเขาเองก็รู้ดีว่าลิ้นและริมฝีปากของอี้ชิงน่ะหอมหวานร้ายกาจแค่ไหนตอนที่อยู่ในปากของเขา ไม่ว่าจะส่วนไหนของร่างกายก็เถอะ


                และบทจูบหวานหอมเดียวกันนั่นแหละที่กำลังดูดกลืนชายคนอื่นอย่างมูมมามและพาเขาขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดด้วยปลายลิ้นที่ตวัดตอดเร้นอย่างเชี่ยวชาญ


                นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน


                “ร้อนแรงชะมัด” ลู่หานพูดพลางแลบลิ้นเลียปาก เขากับมินซอกจูบกันราวกับจะกระชากปากของอีกฝ่ายให้หลุดออกมา ส่งเสียงครวญครางไม่แคร์สายตาใครพร้อมกับแทรกมือผ่านก้อนผมของกันและกันไปมา


                “พอได้แล้วทั้งสองคู่ หยุดสักที นี่ไม่ใช่กองถ่ายหนังโป๊นะ!” จือเทาทนไม่ไหวในที่สุด เขาดึงหลังเสื้อของจงแดให้ออกห่างจากอี้ชิง จงแดส่งยิ้มให้อี้ชิงก่อนที่จะถูกจือเทาเอามือกุมหน้าแล้วส่งจูบให้เขาอีกครั้ง นี่ล่ะที่ทำให้อู๋ฝานอิจฉา แฟนเด็กขี้หึง


                 พูดถึงความอิจฉา แล้วก็แฟนเด็กขี้หึง อู๋ฝานลุกขึ้นทันที ทุบโต๊ะที่อยู่ข้างๆ เบาๆ แล้วบอกว่า


                “สานสัมพันธ์ในกลุ่มจบแล้ว อี้ชิงไปที่ห้องของฉัน เดี๋ยวนี้!” เขาคำรามก่อนจะเดินตรงไปยังห้องที่เขาอยู่กับจงแด หันมามองพวกที่เหลือราวกับจะฆ่ากันให้ตายซะตรงนั้น


                “นายแย่แน่ๆ เลย” ลู่หานบอกพลางขมวดคิ้วเข้าหากัน ขณะที่จงแดที่นั่งอยู่ข้างๆ หอบหายใจคว้าอากาศหลังจากโดนจือเทาเตือนสติว่าเขาเป็นของใคร


                “ก็คงอย่างนั้นแหละ” อี้ชิงพูดแค่นั้นก่อนจะกระพริบตาและเดินจากไปด้วยท่าทางเหนื่อยล้า อู๋ฝานเกือบทำให้เขาไม่กล้าย่างกรายเข้าไปในห้อง

 


 

 

*

 

 


อี้ชิงยืนพิงผนังทันทีที่เข้าไปข้างใน ร่างสูงเดินเข้ามาใกล้และมองจ้องลงมา เขาเงยหน้าขึ้นแล้วส่งยิ้มบาง ทำตัวสบายๆ ควบคุมสติได้ดีสุดๆ


                “นั่นมันเรื่องบ้าบออะไร” อู๋ฝานสบถ ด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด หึงหวง


                อี้ชิงยักไหล่และเอียงหัวไปข้างๆ สื่อว่าไม่เห็นจะมีอะไรเลย


                “ฉันก็แค่ทำตามคำสั่ง” อี้ชิงตอบอย่างใจเย็น


                “ไม่! นายใช้ลิ้นกับคนอื่นที่ไม่ใช่ฉัน แล้วนายก็ดูจะเพลิดเพลินมากๆ ด้วย” ร่างสูงว่าพลางจ้องมองเขาราวกับจะยิงเลเซอร์ฆ่าเขาให้ตายยังไงยังงั้น


                “จุดประสงค์หลักของเกมส์นี้ก็คือการเชื่อมสัมพันธ์กับเมมเบอร์คนอื่นๆ” อี้ชิงตอบแกมหัวเราะเพราะแน่นอนเขาคิดว่ามันตลก และแน่นอนเขาไม่เข้าใจความเจ็บปวดของอู๋ฝาน


                เขาอิจฉา อิจฉาและหวงสุดๆ เขาอยากจะขังอี้ชิงไว้ในห้องสักอาทิตย์หนึ่ง (หรืออาจจะตลอดชีวิต) จะไม่ให้สิ่งมีชีวิตหน้าไหนได้เห็นเขาอีก เพราะอี้ชิงเป็นของเขา จะทำให้ร่างบางตายอย่างทรมานจากการสัมผัสด้วยสองมือของเขาเอง


                และตั้งแต่ที่เขาไม่สามารถฆ่าเมมเบอร์และพี่น้องร่วมวงได้ ก็มีอีกเหตุผลหนึ่งเกิดขึ้นในใจว่านั่นก็แค่เล่นไปตามเกมส์ ถ้าเขาจะโกรธ เขาก็ควรโกรธลู่หานที่เป็นคนเริ่มเกมส์นี้


                แต่สิ่งที่ดีที่สุดยิ่งกว่าเหตุผลเหล่านั้นก็คือการที่เขามีอี้ชิงอยู่ในที่ที่เขาต้องการ ในห้องของเขา ยืนพิงกำแพง ถูกพันธนาการด้วยแขนทั้งสองข้างของเขา รอคอยให้เขานำพา


                เขาเลียปากตอนที่ดวงตาต้องกับริมฝีปากชมพูเรื่อของอี้ชิง


                อู๋ฝานพลันนึกขึ้นได้ว่าเขาไม่สามารถแตะต้องอี้ชิงได้หากยังอยากชนะเกมส์ที่พนันกันเอาไว้ ความภาคภูมิใจ และสัญชาตญานแห่งการต่อสู้เพื่อชัยชนะนั่นคือสิ่งสุดท้ายในหัวเขา


                อี้ชิงอยู่ใกล้มากๆใกล้แค่เอื้อม


                แต่เขาจะแพ้ไม่ได้ จะแพ้หลังจากที่เคยแพ้อี้ชิงมาแล้วสิบครั้งไม่ได้เด็ดขาด


                แต่ขอเพียงนิด เลย์คงเข้าใจ ปากสีชมพูนั่น......


                ไม่ ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายกับชัยชนะมันค้ำคออยู่ ต้องอดทนให้ได้


                แต่อี้ชิง.....


                ไม่ได้


                อี้ชิงรู้ดีว่าความคิดของร่างสูงกำลังตีกันยุ่งเหยิงอยู่ข้างใน ร่างบางจึงส่งยิ้มให้ เขาลูบแก้มอู๋ฝานเบาๆ อย่างบริสุทธิ์ใจ แต่ร่างสูงกลับรู้สึกร้อนผ่าว เหมือนมีไฟฟ้าช๊อตตั้งแต่ข้างแก้มลงไปจนถึงโคนขา


                ชีวิตไร้เซ็กซ์ช่างน่าเวทนาเหลือเกิน


                “ฉันพยายามแล้วที่จะไม่เคลิบเคลิ้มไปกับมัน แต่ก็นะ ตอนนี้ฉันก็แค่อยาก อยากมากๆ ตั้งแต่ที่ใครบางคนอยากจะลองดูว่าใครจะทนได้นานกว่ากันโดยไม่มีเซ็กซ์” อี้ชิงยั่วเย้า ยกมือเรียวขึ้นแตะจมูกโด่งของร่างสู


                อู๋ฝานพยายามหายใจให้เป็นปกติ ลักลอบสูดกลืนความหอมหวานของร่างบาง


                “นายจะยอมแพ้งั้นเหรอ” ร่างสูงเอ่ยถามตอนที่อี้ชิงลากมือผ่านไปจนถึงหว่างคิ้วของเขา


                “ฝัน ไป เถอะ” อี้ชิงตอบแบบเน้นย้ำชัดทุกคำทำเอาอู๋ฝานครางด้วยความหงุดหงิดใ


                “เถอะนะ” เขาเอ่ยแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปากห่างจากหูของอี้ชิงแค่ไม่กี่มิลลิเมตร ร่างสูงถึงกับยิ้มออกมาเมื่อร่างบางถึงกับสั่นเมื่อลมหายใจอุ่นรินลดใบหูและต้นคอไวสัมผัส “ซิง เราต่างก็รู้ดีว่าตอนนี้นายน่ะอยากมากแค่ไหน ก็แค่พูดมันออกมา แล้วเราก็จะลืมเรื่องราวทั้งหมด แล้วก็เริ่มบทรักกันอีกครั้ง แบบนี้ดีไหม” เขาพูดใกล้หูของอี้ชิง


                เขาแทบไม่ได้ยินเสียงก่นด่าในหัวของตัวเองว่าไอ้ลามก หน้าไม่อาย เมื่อได้เห็นอี้ชิงกัดริมฝีปากล่างของตนเอง กำเสื้อแน่นเพื่อฉุดตัวเองไม่ให้ร้องครางและเอื้อมมือไปสัมผัสร่างกายของร่างสูง


                ไม่นานเขาก็พ่นลมหายใจออกมา ยิ้มและผลักอู๋ฝานออกด้วยมือออกทั้งสองข้าง


                “ฉันจะบอกว่า......นายพยายามได้ดีมากนะอู๋ฝาน แต่คำตอบก็คือ ไม่ ฉันไปนอนล่ะนะ” เขาพูดก่อนจะเปิดประตูแล้วหันกลับมาส่งจูบให้ร่างสูง “ฝันดีนะที่รัก


                “เดี๋ยว....เดี๋ยวก่อน....ซิง.......” เขาพยายามร้องเรียกจนอี้ชิงปิดประตูแนบสนิทตรงหน้าเขา ทิ้งเขากับความอยากไว้เพียงลำพังในห้องนอน


                คริสใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงเวิ้นเว้อกับหมอน สาปแช่งชีวิตอันสุดแสนจะรันทดของตนเอง

 


 

 

*



มาถึงวันนี้อู๋ฝานก็แค่จะฆ่าทุกคนที่มองเขาแปลกๆ ตลอดเจ็ดวันที่ผ่านมาทุกๆ ห้านาทีเขาก็แค่อยู่ไม่สุข หงุดหงิด โมโหและเอาแต่นึกถึงแรงปรารถนาในเรื่องอย่างว่าที่ห่างเหินมานานเท่านั้นเอง


                เขาผายไหล่ให้ได้รูปก่อนจะเคาะประตูห้องที่ลู่หานกับอี้ชิงอยู่ด้วยกัน แต่กลับไม่มีใครตอบเขา เขาแทบอยากจะเตะก้นตัวเองเพราะพวกเขาเคยเคาะประตูก่อนเข้าห้องคนอื่นที่ไหนกันล่ะ


                อู๋ฝานส่ายหัว เขากำลังจะคิดนอกเรื่องอีกแล้ว


                “อี้ชิง เรามีเรื่องต้องคุยกั......” เขาพูดพลางเปิดประตูแล้วเดินเข้าไป ประโยคสุดท้ายหยุดอยู่ที่ปลายลิ้นตอนที่เขามองเห็นร่างบางแค่แวบเดียว


                อี้ชิงที่กำลังนอนอยู่บนที่นอนของตัวเอง ทั้งเปลือยทั้งชื้นเหงื่อในแบบที่อู๋ฝานมักจะวาดฝันถึง โดยเฉพาะภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าชวนฝันยิ่งกว่าภาพไหนๆ ที่เคยคิดเอาไว้ ปัดเป่าภาพในหัวทั้งหลายแหล่ให้หายไปเพราะตรงหน้าคืออี้ชิงตัวเป็นๆ อี้ชิงที่กำลังร้องครางและแยกขากว้างออกจากกัน มือข้างหนึ่งกอบกุมแก่นกายและอีกข้างที่กำลังสอดนิ้วเข้าไปในช่องทางสีชมพู


                นี่มันภาพอันแสนอภิรมย์บ้าบออะไรกันเนี่ย


                “อา....อู๋ฝาน.......อืม.....นั่นแหละ.....โอ้..พระเจ้า” ร่างบางร้องครางในลำคอ แผ่นหลังแอ่นขึ้นจากที่นอน หัวแหงนลึกจิกหมอนขณะที่มือและนิ้วเคลื่อนไหวไปมาในเวลาเดียวกัน อี้ชิงดูดีเสมอเวลาช่วยตัวเอง อย่างที่อู๋ฝานเองก็รู้ดี แต่นี่เป็นครั้งแรกที่อยู่เขาในเหตุการณ์ด้วย เหมือนได้กำไรเล็กๆ แหะ


                เขามองภาพเหล่านั้นราวกับต้องมนต์สะกด นิ้วขาวผ่องหายไปในลำตัวของอี้ชิงเข้าออกเร็วรวดเช่นเดียวกับมือขวาที่รูดแก่นกายขึ้นลงจนชื่นเหงื่อพร้อมกับครางกระเส่าซ้ำไปมาว่า อืม...อู๋ฝาน.....เร็วอีก....อู๋ฝา...น....พระเจ้า....นั่....น...นั่นแหละ..

 

                อู๋ฝานยืนนิ่งมองดูอี้ชิงช่วยตัวเองจนเสร็จ จิกเท้าลงไปบนที่นอนสอดนิ้วลึกเข้าไปจนน้ำสวรรค์สีขุ่นฉีดพุ่งออกมาเลอะหน้าท้อง ร้องเรียกชื่ออู๋ฝานอย่างเสียวซ่านเมื่อถึงจุดสุดยอด


                และนั่นก็ทำให้อู๋ฝานพ่ายแพ้อย่างราบคาบ


                ก่อนที่ทั้งสองจะทันรู้ตัว ร่างสูงก็ขึ้นคร่อมอี้ชิงและจมจ่อมลิ้มรสหว่างขาอย่างมูมมาม เมื่อทั้งสองต่างก็เปลือยเปล่านั่นก็ยิ่งปลุกให้ความเป็นชายของร่างสูงตื่นขึ้นมา อู๋ฝานโน้มหน้าลงไปบดเบียดริมฝีปากอิ่มของอี้ชิงที่อ้าปากกว้างตอบรับอีกฝ่ายก่อนจะแทบละลายไปกับรสจูบและตวัดลิ้นตอดรัดกันไปมา


                อี้ชิงโอบคอร่างสูงแทรกนิ้วผ่านกลุ่มผม พันขาแน่นรอบสะโพกแกร่ง ร่างบางชักมือรอบแก่นกายของทั้งสองช้าๆ จนร่างกายหดเกร็งอย่างเจ็บปวด อู๋ฝานพร้อมที่จะปลดปล่อยแม้เพียงสัมผัส ความร้อนแรงแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนอู๋ฝานตัวสั่น ขณะที่ร่างบางบดเบียดแนบเนื้อไร้ยางอายกับร่างแกร่ง ร้องครางสลับหอบหายใจอยู่ข้างๆ หูของอู๋ฝานที่กำลังลิ้มรสคอขาวและไหล่บางอย่างหิวกระหาย


                ร่างบางขบเม้มใบหูของอู๋ฝานพร้อมกับเอื้อมมือไปกอบกุมแท่งร้อนที่อยู่ข้างหลังและลองขยับมือไปมาเบาๆ ร่างสูงรู้สึกเหมือนได้รับชัยชนะเมื่อเห็นร่างบางยกยิ้ม แต่เขาก็ลืมมันไปเพราะเขากำลังนึกถึงตอนนี้ที่เขาจะไม่มีทางปล่อยให้ผิวกายบอบบางเล็ดลอดไปจากริมฝีปากและมือของเขาแม้แต่มิลลิเมตรเดียว จะแทรกกายผ่านช่องทางร้อนของอี้ชิงซ้ำไปซ้ำมาไม่หยุด


                เขาจาบจ้วงปากอิ่มของอี้ชิงอีกครั้งอย่างมูมมาม ร่างบางตอบรับแรงจูบอย่างหิวกระหาย ครวญครางในรสจูบพร้อมกับชักมือไปมาตลอดความยาวของร่างสูง


                อี้ชิงหอมหวานยิ่งกว่าที่อู๋ฝานจำได้ ทั้งเซ็กซี่ เร่าร้อน หิวกระหาย และไวสัมผัสยิ่งกว่าเซ็กซ์ครั้งล่าสุด (เมื่อเจ็ดวันก่อนอ่ะนะ) มือของเขาเตรียมพร้อมช่องสวรรค์ของอี้ชิง ตระเตรียมให้เปียกลื่นเพื่อรับรองร่างกายของเขา รูสวาทตอดรัดนิ้วของเขาแน่น ในขณะที่มังกรผงาดก็ตึงเหยียดหิวกระหายสุดจะทานทน


                “แล้ว........” อี้ชิงกระซิบที่ข้างหูของร่างสูงขณะที่เขาแทรกผ่านแก่นกายเหยียดผงาดทะลุทะลวงเข้าไปในร่างบางแล้วจูบซับปากอิ่มตัดบท


การพนันนั่นน่ะ...ช่างมันเถอะ


 


*

 

 


พวกเขาเริงรักย์กันทั้งหมดห้ารอบในสามท่าทางต่างกันจนกระทั้งอี้ชิงร้องไม่ออก  ขาถึงกับสั่นระริก บั้นท้ายเกรอะกรังไปด้วยเคลือบขุ่นแห้งกรังที่ฉีดพล่านอยู่ในร่างบางเมื่อสามชั่วโมงก่อน ทั้งสองนอนแนบชิดสนิทอยู่บนเตียงของอี้ชิง หน้าท้องแนบสนิทกับผ้าปูที่นอน สองมือบีบเค้นอกเต่ง สำลักหายใจเมื่อสบตา ส่งยิ้มสุดรักใคร่ให้กัน


                (ขอบคุณที่ไม่มีใครเข้ามารบกวนตลอดเวลาเริงรักย์ของเรา เพราะพวกเขาทั้งสบถ ร้องคราง สาปแช่งเสียงดัง หรือแม้อะไรก็ตามแต่ แต่ช่างมันเถอะ)


                ร่างสูงไล้ไปทั่วดวงหน้าแดงเรื่อของอี้ชิง ชมชื่นผิวอันแสนบอบบางและผิวนวลเนียนไร้ตำหนิบนใบหน้าของอี้ชิงยามโน้มหน้าเข้าไปใกล้ จุมพิตอ้อยอิ่งบนหน้าผากสวย ร่างบางซุกหน้าเอียงอายลงบนหมอนที่ทั้งสองนอนอยู่ด้วยกัน ร่างสูงจ้องมองแล้วหัวเราะอย่างเอ็นดู ส่งจูบบางเบาไปทั่วทุกที่บนดวงหน้าของอี้ชิง


                เขายังไม่ได้บอกว่าคิดถึงร่างบางแค่ไหน แต่อี้ชิงก็รู้ได้ด้วยภาษากายที่ส่งถึงกันเมื่อสามชั่วโมงก่อน


                อี้ชิงหยิกแก้มของร่างสูงตอนที่เขาพยายามจะผลักแขนอี้ชิงลงบนที่นอนอีกครั้ง ร่างสูงทำปากยื่น ทำหน้าเกี่ยงงอนที่อี้ชิงหัวเราะใส่ ร่างบางยกมือขึ้นแตะปากอู๋ฝาน


                “ฉันชนะอีกแล้ว” อี้ชิงลั้นลา แย้มยิ้มแบบผู้ชนะ ทำเอาร่างสูงตกใจและนึกขึ้นได้


                “ให้ตายเหอะ ฉันเกลียดนาย” เขาร้องครางใส่หมอน แพ้ครั้งที่ 11 อย่างราบคาบ


                “โกหก” อี้ชิงพูดเป็นทำนองอย่างมีความสุข ทำเอาร่างสูงรู้สึกสิ้นหวังและพ่ายแพ้สุดๆ


                อู๋ฝานลุกขึ้นเปลี่ยนเป็นนอนหงาย ถอนใจแล้วทำหน้ายุ่งพร้อมกับยกแขนขึ้นกอดอก เขามักจะทำแบบนี้เวลาโกรธ “ฉันล่ะโคตรเกลียดเกมส์นี้เลย ใครมันปัญญาอ่อนคิดขึ้นมานะ”


                อี้ชิงเท้าศอกกับหมอน วางหัวลงบนฝ่ามือแล้วหัวเราะไปกับความสงสัยของอู๋ฝาน “นายไม่ใช่เหรอที่เป็นคนตั้งกฎนั้นขึ้นมา...”


                “ไม่ต้องพูดเลย.....ฉันกำลังโกรธนายอยู่นะ นายต้องเป็นคนห้ามฉันสิ” เขาบ่นเหมือนเด็ก ทั้งที่รู้กันดีว่าเขาเป็นคนเริ่มพนันบ้าๆ นั้นก่อน แต่กลับไม่สนใจแล้วหันมาดุอี้ชิงซะงั้น


                “ก็ทำแล้วนี่” อี้ชิงตอบ ร่างสูงถึงกับกลอกตามองเพดาน


                “นายก็ต้องพยายามให้มากกว่านี้สิ” เขาตอบแล้วขยับกายนอนเท้าคางเหมือนอี้ชิง


                “เท่าที่จำได้ ตอนนั้นฉันก็พูดได้แต่คำว่า ‘อืม’ ’อู๋ฝาน’ แค่นั้นก็เกินพอแล้ว” ว่าแล้วก็ย่นจมูกพร้อมกับเม้มปาก


                “นายจะไปฟังความคิดบ้าบอตอนมีเซ็กซ์ทำไมล่ะ” อู๋ฝานพูดก่อนจะจูบปลายจมูกของอี้ชิง


                “ก็ใครจะไปรู้ล่ะ แต่อย่างน้อยฉันก็ควรจะได้สัก 20 เหรียญจากเกมส์ที่นายคิดขึ้นนะ” อี้ชิงเอ่ยเสียงแข็งก่อนที่เขาจะคิดอะไรบางอย่างออก “จะว่าไปแล้ว ครั้งนี้ก็จ่ายมา 100 เหรียญซะดีๆ”


                อู๋ฝานถึงกับผลักอี้ชิงลงกับเตียง กอดร่างบางเปลือยเปล่าขาวผ่องซะแน่น ฝังหน้าลงกับซอกคอแล้วร้องครวญครางเหมือนเด็ก


                “ฉันไม่มีเงินมากขนาดนั้นหรอก” เขาพูดตรงซอกคอของอี้ชิง แล้วก็ตีแขนเขาเบาๆ ทีหนึ่ง บิดตัวไปมาเหมือนเด็กบนตัวอี้ชิง


                “ยอมแพ้แล้วสินะ จ่ายมาเลย” อี้ชิงสั่งพลางแบมือรอ ร่างสูงรั้งกายขึ้นมองอี้ชิง


                “ใช้ความรักความเสน่หาจ่ายแทนได้ไหม หรือจะเป็นร่างกาย” ว่าแล้วก็ยิ้มกริ่ม


                “จะบ้าเหรอ นายจะเอาของที่เป็นของฉันอยู่แล้วมาจ่ายได้ไง” อี้ชิงตอกกลับแบบไม่พอใจในข้อเสนอของร่างสูง ทำเอาอู๋ฝานจ้องมองและเม้มปากสนิท


                “ฉันกลายเป็นสิ่งของไปแล้วเหรอ”


                “ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่อง จ่ายมาซะดีๆ” อี้ชิงผลักไหล่แกร่งก่อนจะหัวเราะออกมา


                “นายมันหน้าเงิน ที่นายยอมเป็นแฟนฉันก็เพราะเงินหรอกเหรอ”


                “ไม่ใช่ซะหน่อย” ว่าแล้วก็โน้มคอร่างสูงให้ลงมารับจูบจริงใจ “เพราะฉันชอบร่างกายของนายต่างหาก”


                คิ้วข้างหนึ่งของอู๋ฝานยกขึ้นด้วยความขบขัน “นายชอบฉันเพราะลีลาดีงั้นเหรอ”


                ทำเอาร่างบางถึงกับกลอกตาก่อนจะยกมือขึ้นหยิกแก้มร่างสูงเบาๆ “เลิกหลงตัวเองซะทีเถอะ ฉันชอบนายที่ความสูงเพราะเวลาไม่อยากพูดจะได้เข้าไปหลบได้ไง”


อู๋ฝานถึงกับถลึงตาใส่ “อย่างนี้นี่เอง”


                อี้ชิงหัวเราะก่อนจะเข้าไปงอนง้อ จูบซับไปทั่วทั้งเชิงกรามจนกระทั่งร่างสูงดึงเอวบางเข้ามาใกล้


                อู๋ฝานถึงกับด่าตัวเองในใจ เพราะ (หนึ่ง) แฟนของเขาทั้งน่ารักและร้อนแรง แถมยังมีปากและมือที่สุดแสนจะช่ำชอง (สอง) แต่เขากลับเป็นเพียงไอ้โง่ที่โดนจาง อี้ชิงต้มซะเละจนอยากจะร้องไห้แล้วบินหนีออกนอกหน้าต่างไปซะ


                “อย่าเศร้าไปเลยนะ นายอยากให้ฉันร้องเพลงช่วยให้นายรู้สึกดีไหม ชื่มชมความฉลาดของนาย การมองโลกในแง่ดีของนาย บอกนายว่านายน่ะหล่อแค่ไหน รอยยิ้มอันแสนสว่างในโลกของฉัน หรืออะไรทำนองนี้” อี้ชิงพูดเหมือนร้องเพลงไปด้วย เสียงหัวเราะของร่างบางฟังแล้วเหมือนระฆังแก้วตลอดเวลา อู๋ฝานพลันรู้สึกได้ว่าเขากำลังยิ้มอยู่ แต่เขาก็แสร้งตีหน้าโกรธต่อไป บางทีเขาอาจจะไม่เป็นคนที่หลอกง่ายก็ได้ บางทีเขาอาจจะแค่ชอบที่จะมีความสุขไปกับอี้ชิงที่พรั่งพร้อมไปด้วยความสุข


                 อู๋ฝานเปลี่ยนท่าพลางประคองเอวบางอย่างทะนุถนอมจนอี้ชิงขึ้นมานอนอยู่บนตัวเขาในที่สุด ร่างเปลือยเรื่อสีอยู่บนกายเขา ร่างสูงยกมือขึ้นปัดผมปรกหน้าผากก่อนจะกดจูบบนแก้มอี้ชิงอย่างรักใคร่


                “ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก แค่บอกว่าฉันน่ะหล่อล้ำเลิศที่สุดตั้งแต่นายเคยเห็นมา และจะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีฉัน....”


                อี้ชิงกลอกตาแล้วยกยิ้มมุมปากอย่างขบขัน “ก็ได้ๆ ฉันน่ะหล่อล้ำเลิศที่สุดตั้งแต่นายเคยเห็นมา และจะอยู่....”


                อี้ชิงหัวเราะยกใหญ่เมื่ออู๋ฝานส่งเสียงครางขัดจังหวะ


                “ฉันหมายถึง ฉันต่างหาก ไม่ใช่นาย แม้ว่าฉันจะคิดแบบนั้นกับนายเหมือนกันก็เหอะ”


                “ก็นายบอกแค่ว่า......”


                “ช่างเหอะ ฉันรักนายนะ” ว่าแล้วก็กระชับกอดอี้ชิงให้แน่นขึ้นอีก กอดแน่นเสียจนร่างบางหายใจแทบไม่ออก เขายิ้มกว้างให้อี้ชิงเหมือนเด็กที่ได้ของขวัญวันเกิด


                “คิดว่านายจะเกลียดฉันซะอีก” อี้ชิงหยอก ลักยิ้มชัดเจนจนร่างสูงอดใจเอานิ้วจิ้มเล่นไม่ไหว


                “เมื่อห้าวิก่อนนะใช่ นายอยากให้ฉันเกลียดนักหรือไง บอกว่านายก็รักฉันเหมือนกันมาเดี๋ยวนี้” ร่างสูงรบเร้าอี้ชิง แล้วจับอี้ชิงสั่นไปมาเมื่อร่างบางหัวเราะใส่เขา


                “รู้แล้วๆ นายรักฉันเหมือ....”


                “ให้ตายเหอะ...จาง อี้ชิง” ร่างสูงทั้งสบถและคำรามเพราะอี้ชิงเอาแต่หัวเราะเสียงดัง


                “ล้อเล่นน่า รักนายเหมือนกัน นายยักษ์ นายขี้เก๊ก พอใจยัง” ร่างบางพูดแบบสบายๆ แล้วก็ส่งจุ๊บให้บนปากอู๋ฝานทีหนึ่งก่อนจะซุกหน้าลงตรงซอกคอของร่างสูง ทาบทับอกแกร่งแล้วถอนหายใจอย่างผ่อนคลาย


                นั่นทำให้อี้ชิงไม่เห็นว่าใบหน้าของอู๋ฝานแสดงออกอย่างผิดหวัง ร่างบางหัวเราะเพราะร่างกายของอู๋ฝานทำให้เขาสบายใจและปลอดภัย


                “อืม พอใจแล้ว พอใจกับความรักที่นายจะมีให้ฉันตลอดไป ถึงนายจะพูดไม่ดี แต่ฉันก็พอใจ” ร่างสูงพูดอย่างมีความสุข ขณะที่อี้ชิงใช้มือลูบไล้ไปทั่วอกแกร่งก่อนจะขยับขาถูไถร่างสูงอย่างเชิญชวน


                “หมายความว่า....”


                อี้ชิงถอนตัวขึ้นแล้วส่งยิ้มกริ่มให้ร่างสูงที่เข้าใจความคิดของอี้ชิงทันทีที่สบตา อู๋ฝานแทบจะร้องครางอย่างสุขสมเมื่ออี้ชิงลุกขึ้นนั่งคร่อมเขาอย่างใจกล้า ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายกับเงิน 100 เหรียญหมดความหมายในพริบตาเมื่อได้เห็นร่างบางแลบลิ้นเลียริมฝีปากอวบอิ่ม อีกทั้งดวงตามุ่งมั่นสัญญาว่าร่างสวยจะเติมเต็มความฝันอันสุดลามกตลอดเจ็ดวันที่ผ่านมาให้ด้วย


                “นายจะต้องหลงไหลในสิ่งที่ฉันจะทำให้นายแน่นอน”


                “รู้สึกรักตัวเองขึ้นมายังไงไม่รู้

 


 
  END
 

 



edit @ 8 Nov 2012 01:48:14 by OPPAPO

edit @ 8 Nov 2012 01:54:41 by OPPAPO