translated by ^PUNEOPPA^
 
 
 
*********
 
 

#อ่านแล้วระวังเพลียนะ 

#ที่แปลเรื่องนี้เพราะอู๋ฝานพาฮาจนเพลีย ฮ่าๆๆๆ 

#ลองอ่านดูนะครับ

#ฝากผลงานการแปลเรื่องแรกด้วยครับผม

#ขอบคุณครับ

 

 

 

 

********

 

 

 

อี้ชิงเหลือบมองด้วยความรู้สึกเขินอายขณะที่มีช้อนเงินค้างเติ่งอยู่ระหว่างริมฝีปากอวบอิ่มของเขาเช่นเดียวกับอู๋ฝาน  มุมปากของอี้ชิงเชิดขึ้นตอนที่ทั้งสองสบตากัน ร่างสูงถึงกับนิ่งค้างลมหายใจติดขัด


 

  นี่แค่มื้อเช้านะ นี่ยังเร็วเกินไปที่เขาจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ เป็นเพราะอี้ชิงที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้


 

อี้ชิงพยายามซ่อนยิ้มตอนที่ค่อยๆ นำช้อนออกจากปากหลังจากที่เลียมันจนสะอาดเอี่ยมแล้ว เขาเลียริมฝีปากล่างตนเองไปมา แม้แต่เศษกิมจินิดหนึ่งก็ไม่ให้เหลือ

 

ร่างสูงหายใจเข้า แล้วก็ออก พุธโธ ธัมโม สังโฆ

               

อู๋ฝาน

 

 อู๋ฝานถอนหายใจ เขาถือช้อนค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ เมื่อได้ยินเสียงเรียกเขาเงยหน้าขึ้นก็พบว่าเมมเบอร์อีกห้าคนต่างก็มองมาที่เขา อี้ชิงรู้สึกเห็นใจร่างสูง ขณะที่คนอื่นๆ รู้สึกงงและขบขันคละเคล้ากันไป


 

เขาหลบสายตาทุกคน (โดยเฉพาะสายตาเห็นอกเห็นใจของคนที่นั่งอยู่ตรงกันข้าม) ตักข้าวและไข่ทอดเข้าปากและกินอย่างเอร็ดอร่อย


 

  เขาก็แค่หิวโคตรๆ เท่านั้นเอง


 

  สิ่งที่เขาไม่ชอบก็คือตอนนี้ ณ เวลา 6.45 สมองของเขายังไม่ตื่นตัวพอ เมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้งและพบว่าอี้ชิงกำลังมองเขาอยู่ ร่างบางจ้องตาเขาก่อนจะกินกิมจิเต็มช้อนเข้าไปในปาก ผ่านไปสองจังหวะหัวใจ (ที่อู๋ฝานนับ) อี้ชิงก็ยังไม่ละสายตา ฝ่ายนั้นหลับตา ริมฝีปากสีชมพูสดยิ้มด้วยความสุขใจที่ได้กินของอร่อยๆ อู๋ฝานเห็นภาพเหล่านั้นแบบสโลโมชั่น และก็เป็นอีกครั้งที่เขาแทบลืมหายใจ


อู๋ฝานรีบกินข้าวแล้วยกแก้วน้ำดื่มรวดเดียวหมด ก่อนจะลุกขึ้น


“อะ...อาบน้ำ ใช่ ฉันจะไปอาบน้ำก่อน” นั่นเป็นสิ่งเดียวที่เขาพูดก่อนจะหันหลังเดินแข็งทื่อไปยังห้องของตนเอง ทั้งที่ยังเหลืออาหารอยู่ในชามของเขาอยู่ส่วนหนึ่ง


อี้ชิงพยายาม (อดไม่ไหวที่จะ) กลั้นหัวเราะโดยใช้มือปิดปากเอาไว้


“นั่นมันอะไรกัน” จงแดถามขึ้น ขณะที่ใบหน้าของเมมเบอร์แต่ละคนต่างก็แสดงออกให้เห็นว่าพวกเขาเองก็สงสัยเหมือนกัน


“ไม่ต้องคิดมากหรอก เขาก็แค่......” อี้ชิงยกช้อนขึ้นแตะปาก รอยยิ้มเขินอายไม่เคยจางไปจากใบหน้าของเขา “...ท้อแท้เท่านั้นเอง”


 

 

*


 

 

อู๋ฝานบีบยาสีฟันลงบนแปรงของเขาก่อนที่จะยัดมันเข้าปาก แปรงไปมาราวกับว่าชีวิตทั้งชีวิตของเขาขึ้นอยู่กับมัน


เขาพยายามนึกถึงสคริปส์ในรายการทางโทรทัศน์รายการหน้า นึกถึงตารางานในสัปดาห์นี้ นึกถึงคำที่จะใช้อธิบายให้เมเนเจอร์ฟังว่าโคมไฟในห้องนั่งเล่นนั้นแตกละเอียด นึกถึงอะไรก็ตามที่ไม่มีอี้ชิงเข้ามาเกี่ยวข้อง


เพราะตอนนี้เขารู้ดีว่าทุกอย่างที่เกี่ยวกับอี้ชิงนั้นจะนำไปสู่ความยากลำบากและความเจ็บปวดในภายหลัง


                เขาต้องทนอาบน้ำเย็นตอนเจ็ดโมงเช้า พยายามทำให้เจ้ามังกรน้อยที่เหยียดผงาดอยู่ในกางเกงสงบลง เขาจะไม่เสียเวลาไปคิดถึงแฟนของเขา ลักยิ้ม รอยยิ้มเอียงอาย ลำคอขาวผ่อง ดวงตาที่ปิดสนิททั้งดวงเมื่อเขายิ้ม แล้วก็.....


                อะไรก็ตามที่จะทำให้นึกถึงอี้ชิง


                เขาถ่มยาสีฟันที่อยู่ในปากลงไปในอ่างล้างหน้าอย่างแรงจนกระเซ็นเปื้อนตัว เขากลั้วปากอย่างโกรธจัด บ้วนมันออกด้วยโทสะ กลั้วคอด้วยอารมณ์ ทุกอย่างรุนแรงไปหมด


                ไม่ได้จูบแค่สองวันก็สามารถทำให้อู๋ฝานเป็นไปได้ขนาดนี้


                เขาเช็ดปากด้วยผ้าขนหนู (อย่างรุนแรง) แล้วสูดหายใจลึกเข้าในปอด พยายามที่จะหาอะไรที่ผ่อนคลายเข้ามาในหัวสักวินาทีเพื่อไล่ความคิดที่เต็มไปด้วยกิเลสตัณหาอันตราย


                ต้องใจเย็นๆ ต้องไม่คิดถึงอี้ชิง คิดถึงแต่สิ่งที่ไม่เซ็กซี่ นึกถึงแมวที่ตายแล้ว หน้าอกของเมเนเจอร์ ต้องไม่คิดถึงอี้ชิง....


                เขาเกือบไม่ได้ยินเสียงประตูเปิด


                “อู๋ฝาน ฉันขอยืมแชมพูหน่อยได้ไหม” ก็แค่เสียงที่คล้ายกัน แค่เสียงทุ้มๆ ที่ลอยเข้ามารบกวนการทำสมาธิของเขา


                 เขาลืมตาแล้วมองไปที่ประตู...... ถึงกับสำลักน้ำลายทันทีที่เห็น


                ไม่ง่ายเลยในเมื่อคนที่มีห้าในสิบอย่างของคนที่อู๋ฝานพร่ำเพ้ออยากมีสวาทด้วยมายืนอยู่หน้าประตู ลักยิ้มทั้งสอง แก้มเรื่อสี ผมเป็นลอน น้ำเสียงนุ่ม ลำตัวเปลือยเปล่า และที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ บนร่างกายของฝ่ายนั้นมีเสื้อผ้าอยู่เพียงชิ้นเดียว (ชิ้นที่ถอดออกอย่างง่ายดายหากต้องการจะเห็นยิ่งไปกว่านั้น) ที่อยู่ในตำแหน่งอันแสนอันตราย หลุบต่ำอยู่บนสะโพกของเขา สะโพกที่แสนจะงดงาม กระดูกสะโพกเรียงตัวสวยชัดเจนชวนสัมผัส เส้นขอบสะโพกทั้งสองอันแสนยั่วยวนวาดลึกลงไปยังหว่างขา แล้วก็....


                เขาตบหน้าตัวเองในใจเพื่อหยุดนักเขียนแห่งกามารมณ์ในใจของเขาจากการพยายามเขียนเรื่องเซ็กซ์ ในใจเขาทะมึนมืดยิ่งกว่าสีเทาห้าสิบเฉดซะอีก


                เขาต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะกลับมาพูดได้


                “ให้ตายเหอะ รู้ตัวไหมว่านายกำลังทำบ้าอะไรอยู่” เขาหลี่ตาพินิจอี้ชิงอย่างไม่พอใจ ให้แน่ใจว่าเขามองแต่หน้าอันอ่อนเยาว์ และไม่มองต่ำลงไปกว่าคอนั่น ต่ำกว่านั้นก็แสนจะอันตรายและกระตุ้นอารมณ์ทางเพศสุดๆ


                “เอ่อ...อะไรเหรอ” อี้ชิงเกาหัวด้วยท่าทางน่ารัก (ตอนที่ยกแขนขึ้นนั้น อู๋ฝานมองด้วยดวงตาเยิ้มฉ่ำ แขนสวยได้รูป) พร้อมกับฉายยิ้มงงๆ


                โอ้ เขาดูดีจริงๆ


                “นี่เป็นการฝ่าฝืนกฎอย่างรุนแรง จาง อี้ชิง” อู๋ฝานพูดด้วยน้ำเสียงโมโห เรียกชื่อเต็มของแฟนหนุ่มเพื่อขู่ให้เขากลัว ยกแขนขึ้นกอดอกและแสดงสีหน้าให้เห็นว่า ฉันรู้นะว่านายพยายามจะทำอะไร ไม่ได